วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

4 Days@Marina Bay Sands - Day 2 (1)

กลับมาแล้วครับ มาเล่าถึงวันที่ 2 ครับ
วันนี้พ่อผมมีประชุม กลับมาที่ห้องประมาณตอนบ่าย เราก็ไปที่สระด้านบนของโรงแรมเพื่อไปดูลาดเลา มีชื่อว่า Skypark



รูปข้างบนนี้เป็นสนามกีฬากลางน้ำ


ส่วนรูปบนนี้ มีสนาม F1 ตรงด้านซ้่ายล่างอยู่ สิงคโปร์เตรียมจัดแข่งเต็มที่เลย

ตอนเย็นเรากันไปที่สวนการ์เด้น บาย เดอะ เบย์ (Garden by the Bay) ของโรงแรม





อันนี้รูปผมเอง


รูปนี้เป็น Singapore Flyer แต่เราไม่ได้ขึ้น เพราะจะมีสถานที่ที่ชวนเสียวกว่านี้อีก เดี๋ยวค่อยบอก
ถึงแล้วครับ


ก่อนอื่น เรามาดูกันที่สวนพืชทะเลทราย



พ่อกับแม่ของผม



อันนี้ต้นโป๊ยเซียน






รูปข้างบนนี้จะเป็นต้นบาโอบับ ซึ่งมีฉายาว่า "ต้นรากชืี้ฟ้า" เพราะกิ่งก้านของมันแตกแขนงเหมือนราก เป็นต้นไม้จากแอฟริกา เก็บน้ำไว้ได้มากพอที่จะดำรงชีวิตในสภาพอากาศและภูมิประเทศที่แห้งแล้ง




ไว้ต่อบทความหน้าแล้วกันนะครับ แปะรูปที่ถ่ายชั้นล่างก่อน



วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

4 Days @ Marina Bay Sands - Day 1

สวัสดีครับ
ไม่ได้เขียนหลายวัน เพราะผมไปสิงคโปร์มาครับ คือพ่อผมมีประชุมวิชาการเกี่ยวกับการแพทย์ชื่อว่า Health Infomation Management Systems Society (จากนี้ไปขอเรียกว่า HIMSS AsiaPac) ครั้งที่ 14 ครับ จึงถือโอกาสพากันมาทริปที่สิงคโปร์ครับ
เริ่มเลยดีกว่า
ออกจากบ้านประมาณ 9 โมงกว่าๆ ไปส่งหมาทั้งสองตัว ก่อนจะไปสุวรรณภูมิ ถึงประมาณ 10 โมง


เราเข้าไปรอในเล้าน์ของ King Power ทานของว่างรอ ผมถ่ายองค์พระข้างในเล้าน์มาด้วย


11.00 น. Boarding time ออกเดินทางด้วยสายการบิน Singapore Airline SQ 975
เราลงที่สนามบินชางงีประมาณบ่าย 3 กว่าๆ ก่อนออกผมกับพ่อซื้อซิมมือถือ 3G ไว้ใช้ที่นี่ ซิมละ 50 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 1250 บาท) แล้วเราก็นั่งแท็กซี่ไปถึง Marina Bay Sands ครับ
นี่คือภาพข้างใน



Marina Bay Sands เป็นรีสอร์ทที่บริษัทพนันยักษ์ใหญ่ในลาสเวกัสมาลงทุนสร้าง เปิดตั้งแต่ปี 2011 (พ.ศ. 2554) มี 3 อาคาร (ชั้นล่างสุดติดกัน) ทำให้ที่นี่มีคาสิโนด้วย ซึ่งผมจะกล่าวถึงในบทความในวันสุดท้าย
วันนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก มาพักผ่อน ก่อนที่พ่อจะไปประชุมในวันถัดไป
ปิดท้ายด้วยภาพข้างใต้อาคารซึ่งมีห้างอยู่มากมาย ภาพนี้จะเป็นการโชว์น้ำไหลครับ ถ่ายตอนเราไปทานข้าวเย็น


วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Japan Tour 2013 - ETCs

สวัสดีครับ ผมจะเขียนเรื่องเกียวกับอาหารที่เราไปกินกันมาที่ญี่ปุ่นนะครับ
รูปข้างล่างเป็นอาหารเช้าที่เรากินกันที่ Granvia Hotel เมื่อวันที่ 26 (วันที่สอง) ครับ เป็นอาหารชุดแบบญี่ปุ่น


ส่วนอันนี้เย็นวันแรกครับ อุด้งกะหรี่ที่ร้านหน้าโรงแรม


อาหารมื้อเช้าวันที่ 27 (วันที่สาม) เป็นอาหารฝรั่ง ณ โรงแรม


อาหารเย็นวันที่สาม ชุดข้าวหน้าปู


อันนี้เป็นข้าวกล่องรถไฟ ซื้อตอนไปที่ฮาคาตะ อันข้างบนเป็นข้าวหน้าเนื้อวัวญี่ปุ่นทาจิมะ สองกล่องข้างล่างเป็นข้าวปั้น (วันที่สี่)


อาหารเย็นวันที่สี่ ชุดอุด้ง



อาหารเช้าวันที่ 5 


สุดท้าย อาหารเย็นวันที่ 5 เป็นอาหารอิตาลี









ต้องขอโทษด้วยครับที่วันที่ 6 กับวันที่ 7 ไม่ได้ถ่ายมา (อันหลังนี่เรารีบไปขึ้นเครื่องจนไม่ได้ถ่าย)
จบแล้วครับ แล้วเจอกันครับ








วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Japan Tour 2013 Day 7-8 : Kobe, Shin-Osaka and Sayonara Japan

สวัสดีครับ คราวนี้เข้าสู่วันที่ 7 ครับ

31 ธันวาคม 2556
วันนี้พิเศษตรงที่ว่าเป็นวันสิ้นปี
เรานั่งรถไฟชินคังเซ็นจากฮาคาตะกลับมาที่ชินโอซาก้าครับ จากนั้นเราไปเช็คอินที่โรงแรมแล้วไปที่สวนดอกไม้และนกที่โกเบ อ้อ คราวนี้เรานั่งรถไฟ JR ธรรมดาไปต่อที่รถไฟพอร์ตไลเนอร์ของเมืองโกเบฮะ (รูปในรถไฟพอร์ตไลเนอร์จะลงในตอนท้ายฮะ)


และเราก็มาถึง... สวนนกและดอกไม้โกเบ ณ เกาะพอร์ตไอแลนด์


แต่เดิมเกาะพอร์ตไอแลนด์มีคนอยู่ฮะ แต่เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในฮันชินเมื่อปี 1995 ทำให้สิ่งก่อสร้างราบเป็นหน้ากลอง ต่อมาก็มีการสร้างมหาวิทยาลัยของโกเบในเกาะนี้ และมีการสร้างศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ด้วย อ้อ มีพิพิธภัณฑ์กาแฟของ UCC ด้วยครับ
เราเข้าไปกันในสวนดีกว่า



ต่อไปก็สระบัว





สวนต้นไม้





ที่สวนแห่งนี้มีร้านอาหารด้วย แต่รับออร์เดอร์สุดท้ายถึงแค่บ่าย 3 เลยไม่ได้ไปกิน
และเราก็มาที่สวนนก






เอ... แล้วเจ้านกเพนกวินสี่ตัวรอหน้าประตูทำอะไรกันอยู่เนี่ย


เจ้าตัวข้างหน้านี่เกือบงับมือเด็กที่ยื่นมือไป ดีว่าเจ้าหน้าที่มากันไว้ได้ทัน
ไปที่สวนนกฮูกดีกว่าฮะ


นกฮูกตัวนี้มันค่อยๆเอี้ยวคอหันมาฮะ... อึ๊บ...


อื้อหือ... เอี้ยวได้อีกนะแก
จะว่าไปแล้วนกฮูกสามารถหมุนคอได้ถึง 270 องศา เพราะว่าลูกตามันเป็นรูปทรงกระบอก กลอกไม่ได้ จึงต้องหมุนคอเป็นการทดแทนการมองเห็น


ตัวข้างบนนี่อย่างกับว่ามันรู้ว่ามีคนมาถ่ายรูป เลยตั้งท่าให้ถ่าย นิ่งเชียว
แต่ตัวที่เหลือนี่สิ ลักษณะจะง่วง




ไหวมั้ยเนี่ย
ไปที่ส่วนของเหยี่ยวกัน






เขามีสาธิตให้นกมาเกาะที่แขน (ห่อหุ้มด้วยปลอกหนา เพราะว่ากรงเล็บนกคมมาก) แล้วก็มีส่วนจัดการแสดงด้วย (ประมาณ 4 โมง)
ไปที่ส่วนของนกเงือก





เดินทีก็ต้องระวังนกบินฉวัดเฉวียนไปมา แล้วก็ต้องระวังมูลนกตกใส่ด้วย
มาดูที่นกหัวมงกุฏกัน



และข้างล่าง... นี่เลย นกขุนทอง


ความจริงแล้วมีส่วนจัดแสดงนกแก้ว แต่ว่าเก็บตังค์ค่าเข้าอีก บวกกับต้องรีบกลับที่พัก เลยไม่ได้ดู 
นี่คือรูปสถานีรถไฟฟ้า K-Computer Mae ของพอร์ตไลนเนอร์


และนี่เป็นรูปภายในรถไฟฟ้า



รถไฟฟ้าพอร์ตไลนเนอร์ไม่มีคนขับ เป็นระบบอัตโนมัติ
ปิดท้ายด้วยภาพในสถานีรถไฟชินโอซาก้า





และผมขอแถมท้ายภาพวันที่ 1 มกราคม 2557 วันขึ้นปีใหม่ และเป็นวันสุดท้ายในทริปนี้ด้วยภาพในรถไฟฮารุกะ เป็นการจากลา 



Sayonara Japan

แต่...ช้าก่อน! ผมจะยังเขียนบล็อกต่อนะครับ เพราะว่าเรื่องต่อไปผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอาหารที่เรากินกันที่ญี่ปุ่นมาแนะนำครับ
เจอกันครับ